ประเทศไทยกำลังเผชิญโอกาสครั้งสำคัญจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI Data Center ซึ่งต้องการพลังงานไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และทรัพยากรน้ำในปริมาณมหาศาล ขณะเดียวกัน LNG Receiving Terminal ของประเทศไทยยังปล่อยพลังงานความเย็น (LNG Cold Energy) มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปีทิ้งลงสู่ทะเลโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์
โครงการ National AI Data Center & Green Energy Infrastructure Hub นำเสนอแนวคิดการบูรณาการ LNG Cold Energy, District Cooling System, AI Data Center, Smart City และ Airport Hub เข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศพลังงานสะอาดแห่งอนาคตของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี IFV + Rankine Cycle + Direct Expansion Cycle เพื่อผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นจากพลังงานเหลือทิ้งของ LNG ส่งเป็นน้ำเย็นผ่านระบบ District Cooling System ระยะทาง 20-30 km ไปที่ อ.เมืองระยอง หรือ อ.บ้านฉาง คล้ายโครงการมารีน่าเบย์ของสิงคโปร์
สามารถลดการใช้ไฟฟ้าของ LNG Terminal ได้ 100% เป็น Green LNG Terminal ที่มีการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Emissions) แห่งแรกของไทยและของโลก ลดค่า opex จากค่าไฟฟ้า ปีละ 350 -1,000 ล้านบาท ลดการปล่อย คาร์บอน 51,859 – 155,000 ตัน CO₂/ปี และลดการสูบน้ำทะเลมาใช้ Regasification สร้างมลพิษทางสู่ทะเลปีละ 350.4 -1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี
สำหรับ Data Center ลดการใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบทำความเย็นของ Data Center ได้ประมาณ 79% ลดค่า PUE จาก 2.0 เหลือ 1.36 ลดการใช้น้ำได้ 89–93% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดเกือบ 3 ล้านตันต่อปี
โครงการมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 19,000–57,000 ล้านบาท สามารถสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 4,000-21,000 ล้านบาทต่อปี ให้ผลตอบแทนภายใน (IRR) สูงถึง 37.7% ระยะเวลาคืนทุนต่ำสุด 4.6 ปี และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) สูงสุดกว่า 143,000 ล้านบาท
โครงการนี้ไม่ใช่เพียงโครงการพลังงานหรือระบบทำความเย็น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ระดับชาติ (National Strategic Infrastructure) ที่สามารถยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ASEAN AI & Green Energy Infrastructure Hub” และเป็นประเทศแรกของโลกที่เชื่อมโยง LNG Terminal, AI Data Center, Smart City, Airport และ District Cooling เข้าด้วยกันอย่างครบวงจรภายใต้แนวคิด Net Zero และ Sustainable Digital Economy

